วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease)  
       อัลไซเมอร์ เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะมีการเสื่อมของเซลล์สมองทุกส่วนเป็นแล้วไม่มีวันหาย ผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่สามารถแยกทุกผิด มีปัญหาในเรื่องการใช้ภาษา การประสานงานของกล้ามเนื้อเสียไป ความจำเสื่อม ในระยะท้ายของโรคจะสูญเสียความจำทั้งหมด ในสหรัฐประมาณว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคนี้กว่า3-4 ล้านคน และจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก เนื่องจากประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 2-4 % ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากขึ้น กล่าวคือจะพบเพิ่มขึ้น 2 เท่าทุก 5 ปี หลังอายุ 60 ปี

     แม้ว่าโรคนี้จะไม่สามารถป้องกัน และไม่สามารถรักษา ญาติสามารถช่วยผู้ป่วยโดยการศึกษาโรคนี้และช่วยผู้ป่วยอย่างถูกวิธี


สาเหตุของโรค

สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์นั้นยังไม่เป้นที่ทราบแน่ชัด แต่ที่รู้ก็คือเป็นความผิดปกติที่มีผลโดยตรงต่อสมองอันเป็นแหล่งควบคุมร่างกายทั้งหมด และเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้สามารถเกิดได้กับคนวัยกลางคน แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้สูงวัย 65 ปีขึ้นไป และความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ ก็จะมีมากขึ้นตามอายุที่มากขึ้น

แต่จากงานวิจัยสันนิษฐานว่าโรคอัลไซเมอร์นี้น่าจะมีสาเหตุมาจากการที่เส้นประสาทถูกทำลายจนทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ

นอกจากนี้หากมีสมาชิกในครอบครัวป็นโรคอัลไซเมอร์ก็อาจทำให้คุณมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน เพราะโรคนี้เข้าใจว่าอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ร่วมด้วย  แฝดคู่หนึ่งที่เป็น อีกคนจะมีโอกาสที่จะเป้นโรคนี้สูงด้วย

การเป็นสาววัยทอง หรือในระยะหมดประจำเดือน ไม่ได้รับฮอร์โมนนี้จะช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ การขาดอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ซลีเนียม และหากได้รับการกระทบกระเทือนทางสมองจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงสูง

การดำเนินโรค

     อาการจะเริ่มเป็นตอนอายุ 65 ปี แต่บางรายเป็นเร็วกว่านั้นอาจจะเริ่มตอนอายุ 40 ปีอาการเริ่มเป็นใหม่ๆจะมีอาการขี้ลืม และสูญเสียสมาธิ ซึ่งอาการแรกๆอาจจะวินิจฉัยยากเพราะอาการนี้ก็เป็นกับผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ การดำเนินโรคจะค่อยเป็นค่อยไป และทรุดลงในช่วงระยะ 1-3 ปี มีปัญหาเรื่องวันเวลาสถานที่ และอาจหลงทางกลับบ้านไม่ถูก ลืมชื่อญาติสนิท หวาดระแวง สับสน โดยเฉพาะกลางคืนอาจไม่นอนทั้งคืน จะออกนอกบ้าน และมีพฤติกรรมก้าวร้าว บางคนก็กลับเปลี่ยนไป เป็นไม่สนใจสิ่งแวดล้อม งดงานอดิเรกที่เคยทำ เช่น เก็บกวาดต้นไม้ หรือดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนหนึ่งเพราะดูและอ่านไม่ค่อยเข้าใจ คิดคำนวณไม่ได้ ใช้จ่ายทอนเงินไม่ถูก เมื่อเวลาผ่านไปอีก 2-3 ปี อาการยิ่งทรุดหนัก ความจำเลวลงมาก จำญาติไม่ได้ เคลื่อนไหวช้าลง ไม่ค่อยยอมเดิน หรือเดินก็เหมือนก้าวขาไม่ออก ลังเล ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง เช่นอาบน้ำ แปรงฟัน รับประทานอาหารไม่ได้ พูดน้อยลง ไม่เป็นประโยค ที่สุดก็ไม่พูดเลย กลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ ต้องมีคนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลา 2-10 ปี โดยเฉลี่ย 10 ปี ด้วยโรคแทรก เช่น ติดเชื้อจากปอดบวม หรือแผลกดทับ

โรค Alzheimer สามารถแบ่งระยะของโรคได้ 3 ระยะได้แก่

1.   ระยะเริ่มแรกผู้ป่วยจะรับรู้ว่าขี้ลืม ลืมปิดเตารีด ลืมปิดประตู ลืมชื่อคน ลืมรับประทานยา ต้องให้คนช่วยเขียนรายการที่จะทำ

2.   ระยะที่สองผู้ป่วยจะสูญเสียความจำโดยเฉพาะความจำที่เพิ่งเกิดใหม่ๆโดยอาจจะจำเรื่องราวในอดีต เริ่มใช้คำพูดไม่ถูกต้อง อารมณ์จะผันผวน

3.   ระยะที่สาม ผู้ป่วยจะสับสน ไม่รู้วันรู้เดือน บางรายมีอาการหลงผิด หรือเกิดภาพหลอน บางรายอาจจะก้าวร้าวรุนแรง ปัสสาวะราด ไม่สนใจตนเอง

อันที่จริงโรคนี้มีมานานแล้วโดย Dr. Alois Alzheimer เป็นแพทย์ชาวเยอรมันเป็นผู้บรรยายไว้ตั้งแต่ปี คศ.1906 ที่นำมากล่าวขานกันระยะหลังนี้มากขึ้น ด้วยเหตุมีผู้ที่เคยเป็นผู้นำประเทศอย่าง Ronald Reagan ป่วยเป็นโรคนี้ และ วงการแพทย์ค้นพบปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและอาจเป็นสาเหตุของโรคนี้มากขึ้น ที่สำคัญคือ สามารถผลิตยาที่ช่วยทำให้อาการของอัลไซเมอร์ดีขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง                                                           

ปัจจัยเสี่ยงคือ

1.   อายุ ยิ่งอายุมากยิ่งมีโอกาสเป็นมากดังกล่าว พบว่าร้อยละ25ของผู้ป่วยอายุ 85ปี เป็นโรคนี้

2.   โรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โรคความดันโลหิตสูงทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความจำ การรักษาความดันจะทำให้ความจำดีขึ้น

3.   เรื่องของกรรมพันธุ์ ถ้ามีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ โอกาสที่จะเป็นก็มากขึ้น เรื่องพันธุกรรมนี้มีความก้าวหน้าขึ้นมาก เช่น ทราบว่าความผิดปกติของยีน (gene) ที่สร้าง amyloid precursor protein จะทำให้ได้โปรตีนที่ผิดปกติ ก่อให้เกิดตะกอนที่เรียกว่า amyloid plaques ในเนื้อสมอง และผู้ที่มี gene บนโครโมโซมที่ 19 ชนิด Apolipoprotein E4 จะมีโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้มากกว่าคนปกติ นอกจากนี้ ยังพบโปรตีนที่ผิดปกติอื่นๆ เช่น Tau protein ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดกลุ่มใยประสาทที่พันกัน (Neurofibrillary tangles) ที่พบเป็นลักษณะจำเพาะของพยาธิสภาพของโรคอัลไซเมอร์
 
10 อาการนำโรคอัลไซเมอร์
สมา คมโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล่าวถึง 10 อาการเตือนภัยที่เราควรระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ และมีผลต่อการดำเนินชีวิต ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ควรรีบพามาปรึกษาแพทย์
1. อาการหลงลืม (memory loss)
     ต้องบอก ว่า อาการหลงลืมของอัลไซเมอร์นั้น ระยะแรกจะหลงลืมในสิ่งที่ผ่านมาไม่นาน หรือพึ่งเกิดขึ้น (เรียกว่า recent memory) เช่น วางของไว้ที่ไหน เมื่อวานเย็นไปกินข้าวกับใครที่ไหน อาทิตย์ก่อนใครมาเยี่ยม เดือนก่อนไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ไหน ส่วนความจำเกี่ยวกับเรื่องเก่า ๆ นั้นมักจะหลงลืมก็ต่อเมื่ออาการเป็นสมองเสื่อมขั้นรุนแรง (severe dementia) แล้วเท่านั้น
ผู้ป่วยสมองเสื่อมจำนวนมากมักจะการถามอะไรซ้ำ ๆ เช่นถามว่า พรุ่งนี้จะไปไหนกัน ..... เว้นไปห้านาที ก็ถามใหม่ว่าพรุ่งนี้จะไปไหนกัน .... บางคนถามคำถามเดิมเป็นสิบ ๆ ครั้ง เพราะ จำไม่ได้ว่าถามไปแล้ว ....
2. ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำมาไม่ได้ (Difficulty performing familiar tasks)
     โดย จะเริ่มจากการทำกิจวัตรที่เคยทำที่ซับซ้อนไม่ได้ (เรียก instrumental activities of daily living)ผู้ป่วยอัลไซเมอร์คนหนึ่ง เป็นอาจารย์สอนใมหาวิทยาลัย ซึ่งสอนวิชาเคมี โดนสอนวิชานี้มานานหลายปีแล้ว เป็นประจำ แต่บัจจุบันมีปัญหาสอนไม่ได้ ... เวลาที่ขึ้นไปพูดหน้าห้อง นึกไม่ออก พูดได้แค่ตามที่เขียนใน power point นอกนั้นไม่สามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ ทั้ง ๆ ที่สอนเหมือนเดิมมาหลายปีแล้ว เมื่อนักศึกษาถามก็ตอบไม่ถูกแม่บ้านที่ทำอาหารมาตลอดและทำได้อร่อย ....ลูก ๆ เริ่มสังเกตุว่ารสชาติอาหารเปลี่ยนไป ไม่อร่อยเหมือนเคย ... บางครั้งปรุอาหารผิด เช่นใส่ใบโหระพา แทนใบกระเพราในผัดกระเพราและเมื่อาการเริ่มเป็นมาก จะทำกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ไม่ได้ (basic activities of daily living)กิจวัตรประจำวันง่าย ๆ นี่เช่น การทำอาหาร การกินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน การแต่งตัว ก็จะทำเองไม่ได้
3. มีปัญหาในการใช้พูดหรือใช้ภาษา (Problems with language )
     ใน เรื่องของการใช้ภาษานั้น แน่นอนทุกคนอาจจะเคยพูดผิดบ้าง เรียกชื่อเพื่อนผิดบ้าง หรือนึกคำที่ไม่ค่อยได้ใช้ไม่ออกบางครั้ง แต่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะมีปัญหาลืมแม้กระทั่งคำง่าย ๆ ที่ใช้บ่อย ๆ นึกคำที่จะใช้ไม่ออก บางครั้งใช้คำผิด (เช่นเรียกหมูแทนไก่ พูดถึงเก้าอี้แต่เรียกเป็นโต๊ะ) หรือมีปัญหาในการพูดหรือเขียน จนทำให้ฟังหรืออ่านไม่ค่อยเข้าใจ
นึกคำไม่ออก ..... ที่พบบ่อย ๆ คือผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์มักจะใช้คำว่า ไอ้นั่น” “ไอ้นี่” “อันนั้น” “ที่นั้นบ่อย ๆ .....(เหตุการณ์เกิดในครัวขณะแม่กับลูกสาวทำอาหารเย็นด้วยกัน)
แม่ ลูกช่วยหยิบ ไอ้นั้นให้หน่อยสิ
ลูกสาว ไอ้นั้นนี่อะไรล่ะแม่
แม่ ไอ้นั่นไง
ลูกสาว ก็อะไรล่ะแม่ ....(ทำหน้างง ว่าจะให้หยิบอะไรกันแน่)
แม่ ก็ไอ้นั่น .... (ชี้นิ้ว) ก็ที่แบน ๆ เอาไว้ผัดผักไง
ลูกสาว อ๋อ ตะหลิวน่ะเหรอ .....
แม่ ลูก ๆ ใส่ผักอันนั้นในแกงจืดหน่อย
ลูกสาว ผักอะไรล่ะแม่ ?????
นี่ เป็นตัวอย่างของการมีปัญหาในการใช้ภาษา เพราะผู้ป่วยนึกศัพท์ไม่ออก ใช้ไม่ถูก .... ทั้ง ๆ ที่ ตะหลิวเองก็เป็นสิ่งที่ใช้บ่อย ๆ ก็เรียกไม่ถูก ต้องใช้บรรยายคำใกล้เคียงแทน
อะไรที่อาจพบได้ในคนปกติ คือการนึกคำศัพท์ไม่ออกแบบนาน ๆ ที หรือศัพท์ที่ใช้ไม่บ่อยแล้วนึกไม่ออก ก็พบได้
4. ไม่รู้วัน เวลาและสถานที่ (disorientation to time and place)
     ผู้ ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์อาจมีปัญหา ไม่รู้วัน เวลาและสถานที่ได้แน่นอนว่าบางครั้งคนทั่ว ๆ ไปอาจจะจำไม่ได้บ้างว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ (เช่นวันที่ 20) แต่มักไม่เป็นบ่อย ๆ แต่หากจำไม่ได้ว่าอยู่บ่อย ๆ ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ....วันนี้วันอะไร (วันเสาร์ อาทิตย์ จันทร์) หรือเดือนอะไร นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าไม่น่าจะใช่เรื่องปกติ ยิ่งหากจำถนนหนทางที่คุ้นเคย เช่นแถว ๆ บ้านไม่ได้ หรือหลงทางในบริเวณที่ไปเป็นประจำ ยิ่งเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าไม่น่าจะธรรมดาปัญหาการไม่รู้สถานที่นี่มักทำให้ เกิดปัญหาสำคัญที่เจอบ่อย ๆ ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ นั่นคือการหลงทาง ... หลายคนออกจากบ้านแล้วหายไป เพราะกลับไม่ถูกหรือจำไม่ได้
5. การตัดสินใจแย่ลง (poor or decreased judgment )
     ผู้ ป่วยอัลไซเมอร์มักประสบกับปัญหาการตัดสินใจที่แย่ลงและช้าลง ... เช่น เมื่อเกิดไฟดับ ผู้ป่วยอาจตกใจและลนลานไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง (ปกติก็คือ อาจหาเทียนไข หรือไฟฉายมาใช้ ) หรือเมื่อท่อน้ำในบ้านแตก ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง (ทั่วไปคืออาจไปปิดวาร์วน้ำ โทรหาช่าง หรือโทรถามคนอื่น) บางคนแคไปรษณีย์มาส่งพัศดุ ให้คนในบ้าน ก็งง ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรแล้ว เมื่อได้รับบิลค่าโทรศัพท์หรือค่าไฟแล้วไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับบิลต่อไป ผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางคนมีการตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าแปลก ๆ ไม่เหมาะสมได้เช่น อาจใส่เสื้อผ้าหนาวในกรุงเทพหน้าร้อน หรือใส่สีไม่เข้ากันเลย (เช่นเสื้อเชิ๊ตสีแดง กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน) บางคนตัดสินใจในเรื่องการเงินแย่ลง เอาเงินไปแจกคนอื่น หรือลงทุนอย่างไม่เหมาะสมจนเป็นปัญหาตามมาได้ .....
6. ความคิดและเหตุผลแย่ลง (problems with abstract thinking)
     ความ บกพร่องของความคิดอาจจะเห็นตั้งแต่ ผู้ป่วยดูคิดอะไรช้าลงมาก ถามอะไรก็อาจตอบช้ากว่าเมื่อก่อนเยอะ บางคนเริ่มคิดเลขไม่ได้ ไปซื้อของคำนวญราคาไม่ถูก คิดทอนเงินไม่ได้ หลาย ๆ คน เวลาที่อธิบายอะไรให้ผู้ป่วยฟัง ก็ยากที่จะเข้าใจ ไม่สามารถวางแผนการได้
 
7. วางของผิดที่ (misdisplacing)
     นอก จากวางของแล้วจำไม่ได้ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาจจะวางของในที่แปลก ๆ ที่ไม่ควรจะวาง เช่น เก็บโทรศัพท์ไว้ในตู้เย็น มาหม้อหุงข้าวมาเก็บไว้ในห้องนอน เป็นต้น
8. อารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ( Mood and behavioral change )
     อารมณ์ (emotion and affect) พบว่าผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จำนวนหนึ่งนั้น มีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย คือ มีอารมณ์เศร้า เบื่อ ไม่อยากทำอะไรที่เคยชอบทำ ร้องไห้บ่อย ๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่ดี หรือพูดถึงว่าไม่อยากอยู่แล้ว อยากฆ่าตัวตาย ..... ดังนั้นหากพบอาการซึมเศร้าในผู้ที่มีอายุมาก ๆ อาจจะต้องระวังเรื่องของโรคอัลไซเมอร์ด้วย อีกอารมณ์หนึ่งที่พบได้บ่อยคือ การมีอารมณ์หงุดหงิดโมโหได้ง่าย จากเดิมที่ไม่เป็น เอาแต่ใจ บางครั้งเวลาถูกขัดใจอาจมีตะโกนเสียงดัง ขว้างปาข้าวของ มีอารมณ์ขึ้นลงรุนแรงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป (behavioral change) ผู้ป่วยบางคนอาจมีพฤติกรรมที่แปลก ๆ ผิดปกติไป ที่พบได้บ่อยเช่น บางคนเดินกลับไปกลับมาในบ้านซ้ำ ๆ โดยไร้จุดหมาย ผู้ป่วยคนหนึ่งค้นตู้เสื้อผ้าในบ้านออกมาจนหมดกระจุยกระจายเต็มบ้าน แล้วจัดเก็บเข้าไปใหม่ จากนั้นไม่นานก็ลื้อออกมาใหม่ ผู้ป่วยคนหนึ่งหยิบปากกาขึ้นมาส่องดูแล้วก็วาง แล้วสักพักก็ส่องดูใหม่วันละหลายสิบรอบ บางคนมีนิสัยเก็บสะสมของต่าง ๆ และขยะ ผู้ป่วยบางคนเก็บขยะจากที่ต่าง ๆ มาสะสมในบ้านหนักหลายกิโล
9. บุคลิกภาพเปลี่ยนไป ( Personality Change )
     ผู้ ป่วยอัลไซเมอร์ส่วนหนึ่งจะมีอาการนำมาด้วยมีบุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น จากเดิมเป็นคนง่าย ๆ ไม่ค่อยพูดบ่นมาก ก็กลายเป็นคนที่พูดมาก บ่นจู้จี้จุกจิกไป บางคนที่เดิมเป็นคนร่าเริงสนุกสนานชอบงานสังคม ก็กลายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่พูด ไม่ออกจากบ้าน ดังนั้นหากพบว่าคนรู้จักของเรามีนิสัย บุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมตอนอายุมาก ๆ อาจต้องนึกถึงว่านี่เป็นอาการนำของโรคสมองเสื่อม
10. ขาดการคิดริเริ่มและความสนใจสิ่งแวดล้อม (loss of initiative)
     ผู้ ป่วยอัลไซเมอร์จำนวนมากกว่าครึ่ง จะมีอาการขาดความคิดสร้างสรรค์ และไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว (อันนี้ต้องเปรียบเทียบจากนิสัยเดิมด้วย) เช่น ผู้ป่วยจะไม่คิดริเริ่มที่จะทำอะไร ไม่เป็นฝ่ายเริ่มคุยกับคนอื่นก่อน ถ้าคนอื่นไม่มาคุยด้วยก็จะไม่พูดอะไร มีส่วนร่วมในงานสังคมน้อยลง ไม่ค่อยสนใจสิ่งที่เคยสนใจทำมาก่อน ผู้ป่วยหลายคนวัน ๆ นั่งเฉย ๆ ไม่ทำอะไรได้ทั้งวันสิ่งที่พบได้ในคนปกติ การที่บางครั้ง บางวันอาจเบื่อไม่อยากทำอะไร แต่ไม่ควรเป็นต่อเนื่องกันหลาย ๆ วัน
 
การดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสียง อัลไซเมอร์
 
1.รับประทานอาหารที่บำรุงสมองเป็นประจำ เพื่อบำรุงและชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ได้แก่อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ , กรดไขมันโอเมก้า-3,วิตามิน บี6 บี12 เช่น ผัก,ผลไม้ ,ธัญพืช ,ปลา , วิตามิน E, ใบแป๊ะก๊วย, น้ำมันปลา เป็นต้น งานวิจัยของมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า
มีผักและผลไม้ 5 ชนิด มีสารประกอบที่ทำหน้าที่เหมือนกับยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ ได้คือ บร็อกโคลี มันฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล และหัวไชเท้า
โดยเฉพาะบร็อกโคลี มีสารดังกล่าวเยอะที่สุด

    
2.หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง ของทอด อาหารเค็มจัด หวานจัด และอาหารหมักดอง อาหารพวกนี้นอกจากทำให้ผูที่ทานอารหารเหล่านี้เป็นประจำ ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด, ไขมันในเลือดสูง,เบาหวาน ตามสถิติยังพบว่า ผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นด้วย

3.บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นออกกำลังกายทำให้เลือดไหวเวียนดี ได้รับออกซิเจนเป็นผลดีต่อระบบประสาท รวมถึงการบริหารสมองด้วย เช่น การเล่นเกมอักษรไข้ว, เกมต่อภาพ,เกมทดสอบความจำ หรือการเรียน เต้นรำ, ดนตรี ,ภาษาใหม่ๆ เป็นต้น

4.จัดการกับความเครียด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการทำลายของเซลล์สมอง จึงควรเรียนรู้ในการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น ด้วยการผ่อนคลาย และพักผ่อนให้เต็มที่ เช่น การนั่งสมาธิ , การนอนหลับ

แด่สมองที่ห่างไกลจากอัลไซเมอร์ของคุณ

ธวัชชัย สุวรรณสาร
ผู้ที่ต้องการให้ทุกๆคนในโลกนี้มีสุขภาพที่ดี
Amway USA Team





0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น