ปัญหา “ลูกตาแตก” นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลงแล้ว คนไข้บางรายอาจโชคร้ายถึงขั้นตาบอดถาวร ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไรบ้างนั้น รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีคำตอบและคำเตือนมาฝากท่านผู้อ่าน
รศ.นพ.ศักดิ์ชัย บอกว่า ลูกตาแตกส่วนใหญ่จะแตกที่ตาดำ แต่กรณีแตกรุนแรงจะแตกไปถึงตาขาวด้วย ถ้าแตกที่ตาดำจะทำให้การมองเห็นลดลงอย่างรุนแรง สูญเสียการมองเห็นทันที ถ้าแตกที่ตาขาวอย่างเดียว ตาดำไม่แตกอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ คนไข้ที่ลูกตาแตกส่วนใหญ่มักตาบอดเกิน 70% เพราะลูกตาแตกจะทำให้สูญเสียการมองเห็นมากกว่า 70% ขึ้นไป แม้จะได้รับการรักษาด้วยการเย็บซ่อมแล้วก็ตาม
รศ.นพ.ศักดิ์ชัย บอกว่า ลูกตาแตกส่วนใหญ่จะแตกที่ตาดำ แต่กรณีแตกรุนแรงจะแตกไปถึงตาขาวด้วย ถ้าแตกที่ตาดำจะทำให้การมองเห็นลดลงอย่างรุนแรง สูญเสียการมองเห็นทันที ถ้าแตกที่ตาขาวอย่างเดียว ตาดำไม่แตกอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ คนไข้ที่ลูกตาแตกส่วนใหญ่มักตาบอดเกิน 70% เพราะลูกตาแตกจะทำให้สูญเสียการมองเห็นมากกว่า 70% ขึ้นไป แม้จะได้รับการรักษาด้วยการเย็บซ่อมแล้วก็ตาม
สาเหตุที่ทำให้ลูกตาแตกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
1. อุบัติเหตุ พบมากเป็นอันดับหนึ่ง ที่พบบ่อยเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าคนขับหรือคนนั่งข้างหน้า เวลาชนหน้าจะพุ่งไปกระแทกกระจกทำให้กระจกบาดลูกตาทั้งตาดำตาขาว ทำให้ลูกตาแตก บางคนตาบอดทั้ง 2 ข้าง ดังนั้นอย่าประมาทคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งป้องกันไว้ก่อน
2. การทำงาน ที่พบบ่อย เช่น ช่างตอกตะปู ตัดเหล็ก ตะปูหรือเหล็กกระเด็นโดนลูกตาทำให้ตาแตก ที่พบบ่อยอีกอย่าง คือ โดนสารเคมี ทำงานในโรงงานสารเคมี หรือเป็นแม่บ้านทำความสะอาดน้ำยาล้างห้องน้ำกระเด็นเข้าตา ดังนั้นควรมีอุปกรณ์ป้องกันขณะปฏิบัติงาน
3. ความประมาท จากการละเล่นต่าง ๆ เช่น ประทัด พลุ เวลาระเบิดถูกดวงตาหรือใกล้ดวงตา แรงกระแทกอาจทำให้ลูกตาแตกได้ ดังนั้นอย่าประมาทข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ได้รับอุบัติเหตุที่ดวงตา คือ
1. ถ้าโดนสารเคมีต้องรีบเอาน้ำสะอาดล้างดวงตาให้มากที่สุดก่อนมาพบแพทย์
2. อย่าพยายามไปกดหรือไปขยี้ตาเพราะจะทำให้เนื้อเยื่อในลูกตาทะลักออกมา ทำให้ไม่สามารถเย็บซ่อมได้เวลามาถึงมือแพทย์
3. ถ้าได้รับอุบัติเหตุรุนแรง การมองเห็นของดวงตาข้างที่ได้รับอุบัติเหตุลดลงต้องรีบมาพบจักษุแพทย์ทันที
ขอเตือนประชาชนตระหนักถึงอันตราย ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก เพราะจากข้อมูลของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อปีที่แล้วมีคนไข้ได้รับอุบัติเหตุที่ดวงตาประมาณ 200 ราย ในจำนวนนี้ 60-70% หรือประมาณ 120 รายรุนแรงถึงขั้นทำให้ลูกตาแตก
ล่าสุดวันลอยกระทงที่ผ่านมามีคนไข้รายหนึ่งอายุ 50 กว่าปีลูกตาแตกเพราะประทัด ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนจุดประทัด แต่เด็กข้างบ้านเล่นประทัดแล้วโยนมาห่างจากหน้าเขาแค่ 50 ซม. แรงระเบิดกระแทกจนเปลือกตาฉีก ลูกตาดำแตก เศษประทัดเข้าไปอยู่ในลูกตา ตอนนี้การมองเห็นริบหรี่มาก มีแนวโน้มอาจจะต้องควักลูกตา คือ พยายามเย็บซ่อม เอาเศษประทัดที่ติดอยู่ในลูกตาออกแล้ว แต่การมองเห็นไม่ดีขึ้น
ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ อยากเตือนเรื่องประทัด พลุ เพราะถ้าไม่เตือนอาจมีคนตาบอดจากประทัด หรือพลุ อีกในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองต่าง ๆควรเป็นช่วงเวลาของการสืบสานประเพณีอย่างมีความสุข แต่อันตรายที่มักแฝงมากับบรรยากาศแห่งความรื่นเริง คือ อันตรายใกล้ตัวที่เราไม่ทันได้นึกถึง บางครั้งอาจเกิดอุบัติเหตุจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีการโยนประทัดใกล้ดวงตา ความร้อนและแรงระเบิดอาจทำให้ลูกตาแตก ต้องตาบอดอย่างถาวร แม้จะมาพบแพทย์ก็ไม่สามารถรักษาให้กลับมามองเห็นได้ ทำให้เทศกาลแห่งความสุขอาจเป็นความทุกข์ได้.






0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น